About WOW Thailand Editorial Team

This author has not yet filled in any details.
So far WOW Thailand Editorial Team has created 163 blog entries.

AN IMPRESSIVE FIRST

Omega เผยโฉมนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่นแรกเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของภารกิจ Apollo 11 TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA เดากันมานานแล้วว่า Omega จะออกนาฬิกาหน้าตาแบบใดมาเพื่อฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปีของภารกิจก้องโลก Apollo 11 ที่มนุษยชาติประสบความสำเร็จในการร่อนลงเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก แล้วเราก็ได้เห็นภาพนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่นแรกในชื่ออย่างเป็นทางการว่า Speedmaster Apollo 11 50th Anniversary Limited Edition นาฬิการุ่นนี้ถอดแบบมาจากรุ่น BA145.022 ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตในปี ค.ศ. 1969 เพื่อฉลองหลังเสร็จสิ้นภารกิจในครั้งนั้น จุดเด่นของรุ่นดั้งเดิมอยู่ที่การใช้ตัวเรือนและสายนาฬิกาที่ผลิตจากเยลโลว์โกลด์ ตลอดจนขอบตัวเรือนสีเบอร์กันดีดูแปลกตา ภายในทำงานด้วยเครื่องไขลานรุ่น 861 สำหรับรุ่นใหม่ในปี ค.ศ. 2019 นี้ใช้วัสดุอัลลอยทองชนิดใหม่ที่มีชื่อเรียกว่ามูนไชน์โกลด์ แตกต่างจากเยลโลว์โกลด์ตรงที่ดูซีดกว่าก็จริงแต่จะคงสภาพสีและความเปล่งปลั่งได้ดียิ่งกว่าในระยะยาว ขอบตัวเรือนเป็นสีเบอร์กันดีเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนวัสดุเป็นเซรามิกและมีสเกลแทคคิมิเตอร์เนื้อเซราโกลด์ หน้าปัดเป็นทองแท้ทั้งแผ่น ประดับหลักชั่วโมงที่ผลิตจากโอนิกซ์สีดำ เข็มทั้งหมดมีการตกแต่งด้วยวาร์นิชสีดำโดยการเทลงในร่องตรงกลางของเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีและโดยการเคลือบทั่วบริเวณของเข็มอื่นทั้งหมด อีกหนึ่งรายละเอียดสำคัญคือโลโก้ซึ่งเป็นแบบโบราณ เพราะถ้าเป็นแบบสมัยใหม่แล้วบรรดานักสะสมก็คงจะเศร้ากันถ้วนหน้า เรื่องเครื่องนั้นก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ ทันทีที่ได้รับข่าวสารเรื่องนาฬิการุ่นใหม่นี้เราก็รีบดูเรื่องเครื่องก่อนเลย ปรากฏว่าเป็นเครื่องรุ่นใหม่เอี่ยม รหัส 3861 ซึ่งดูแล้วเป็นการเอาเครื่องรุ่นมาตรฐานมาอัพเกรดด้วยโคแอ็กเซียลเอสเคปเมนท์ ซิลิคอนบาลานซ์สปริงและนำเข้าผ่านกระบวนการทดสอบและรับรองด้วยมาตรฐานมาสเตอร์โครโนมิเตอร์ เจ้าของนาฬิกาสามารถชื่นชมความงามของเมนเพลทและบริดจ์ต่างๆ ที่มีการชุบมูนไชน์โกลด์ได้ผ่านทางฝาหลังแซฟไฟร์คริสตอลซึ่งมาพร้อมกับการตกแต่งพิเศษโดยรอบที่ถ้าลงรายละเอียดแล้วคงต้องใช้พื้นที่อีกย่อหน้าหนึ่ง [...]

By |2019-03-13T12:41:40+07:00March 13th, 2019|Highlights|0 Comments

DUAL CLARITY

นาฬิกามูนเฟสแบบมีลูกเล่นตามสไตล์ที่ไม่เหมือนใครของ Hermès TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA La Montre Hermès เลือกเทเนริฟในหมู่เกาะคานารีของประเทศสเปนเป็นที่พรีวิวนาฬิการุ่นสำคัญของแบรนด์ในปี ค.ศ. 2019 นี้ให้นักข่าวจำนวนหนึ่งได้ดูเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ต้องเก็บไว้เป็นความลับจนถึงวันนี้ให้ตรงกับวันแรกของงาน SIHH ที่เจนีวา ข้อมูลที่เราได้รับในช่วงเริ่มแรกของนั้นไม่มีการลงรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ว่าจะหน้าตาเป็นอย่างไรหรือมีคอมพลิเคชั่นอะไร แต่เมื่อใกล้วันเดินทางก็มีตารางกิจกรรมต่างๆ ออกมาที่เอ่ยถึงดวงจันทร์อยู่หลายครั้งจนเราเดาไปว่านาฬิการุ่นใหม่นี้จะต้องเกี่ยวกับดวงจันทร์ และอาจมีอะไรเกี่ยวพันกับการเดินเรือโดยใช้ดวงดาวเป็นเครื่องชี้นำทางด้วยก็ได้เพราะพาเราไปเกาะ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เพราะ Hermès เป็นแบรนด์นาฬิกาที่นิยมการแฝงอะไรไว้ในรายละเอียดและมักจะมีรูปแบบในการตีความเวลาที่ไม่เหมือนใคร [ ขบวนรถนักข่าวจากทั่วโลกมุ่งสู่จุดหมายที่อยู่บนเขาสูง ] ในที่สุดผู้จัดงานก็เก็บงำความลับไว้ได้เป็นอย่างดีจนถึงช่วงเวลาสำคัญ ขบวนรถตู้พานักข่าวจำนวนราว 20 กว่าคนลัดเลาะภูเขาขึ้นไปทีละน้อยผ่านอุทยานแห่งชาติเทเดไปยังหอดูดาวเทเดภายใต้การบริหารงานของสถาบันดาราศาสตร์ฟิสิกส์แห่งหมู่เกาะคานารี โลเคชั่นสุดเซอร์ไพรส์นี้ตั้งอยู่ที่ความสูง 2,390 เมตรจากระดับน้ำทะเล แม้จะไม่ใช่หอดูดาวที่อยู่สูงที่สุดในโลกแต่ก็มีคุณสมบัติบางประการที่เป็นพิเศษ ประการแรกก็คือทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ห่างไกลจากเมืองใหญ่จึงไม่ค่อยมีแสงรบกวน นักดาราศาสตร์จึงมองลึกเข้าไปในอวกาศได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าในเวลาค่ำคืน และประการที่สองก็ยังเป็นเรื่องทำเลอีกซึ่งอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตร กล้องโทรทรรศน์ของที่นี่จึงมองไปทางซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ได้ดีพอกัน [ หนึ่งในหอดูดาวจำนวนมากของสถาบันดาราศาสตร์ฟิสิกส์แห่งหมู่เกาะคานารี ] ประเด็นเรื่องซีกโลกเหนือและใต้นี้เองที่เป็นจุดสนใจของ Hermès Arceau L’heure de la lune นาฬิกามูนเฟสคู่ที่แสดงภาพข้างขึ้นข้างแรมได้อย่างสมจริงไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในซีกโลกใดของโลก [ Hermès Arceau [...]

By |2019-01-14T12:49:08+07:00January 14th, 2019|Insights|0 Comments

SAXON ORIGINS

ทำไมเราจึงต้องเข้าใจประวัติศาสตร์ของเมืองเดรสเดน ก่อนที่จะเข้าถึงแก่นแท้ของ A. Lange & Söhne ได้อย่างลึกซึ้ง TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA บทความนี้เป็นเรื่องราวของแบรนด์นาฬิกาเยอรมันเพียงบริษัทเดียว แต่ในการที่จะทำความเข้าใจที่มาและที่ไปของ A. Lange & Söhne และสถานะอันสูงส่งในวงการนาฬิกายุคสมัยปัจจุบันของแบรนด์นี้ได้นั้น เราจะต้องย้อนเวลากลับไปในอดีตและมองภาพในมุมกว้างให้เห็นทั่วถึงทั้งยุโรปเสียก่อน คนส่วนมากในโลกนี้รับรู้มาว่าสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศผู้ผลิตอันดับหนึ่งของโลก จนทำให้ไม่ได้ศึกษาต่อแล้วว่าที่จริงนั้นทั้งแต่ก่อนและในสมัยนี้ก็ยังมีการผลิตนาฬิกาในประเทศอื่นๆ ด้วย อย่างในสมัยอดีต ก่อนที่เจนีวาจะรุ่งเรืองในฐานะเมืองหลวงแห่งการประดิษฐ์นาฬิกานั้นก็มีลอนดอนและปารีสที่มีชื่อเสียงมาก่อนหน้า หรือทางฝั่งเยอรมนีก็มีเดรสเดนซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญสำหรับการประดิษฐ์นาฬิกา และมีการอุปถัมภ์จากราชวงศ์หรือชนชั้นสูงเหมือนเช่นที่ลอนดอนและปารีสด้วย แต่แล้วปัจจัยทางด้านสังคม อุตสาหกรรมและการเมืองก็ได้ทำให้อุตสาหกรรมนาฬิกาในเมืองต่างๆ เหล่านี้เสื่อมถอยไปและถูกสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นมาแทนที่ ดังนั้นหากเราจะทำความเข้าใจกับบริษัท A. Lange & Söhne อย่างในปัจจุบันนี้ได้ เราจะต้องย้อนกลับไปดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเดรสเดนยุคศตวรรษที่ 18 เมื่อครั้งที่กำลังเข้าสู่สถานะแห่งการเรืองอำนาจเสียก่อน ในสมัยนั้น กษัตริย์ออกุสตุสที่สองซึ่งครองราชย์จากปี ค.ศ. 1697-1733 มีความสนพระทัยในงานที่เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นนักสะสมตัวยงที่เก็บของทุกอย่างที่น่าประทับใจ ในปี ค.ศ. 1728 เมื่อพระองค์เห็นว่าหอศิลป์จะเต็มแล้วจึงมีดำริให้แยกอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ออกจากภาพวาดแล้วนำไปจัดแสดงไว้ในพื้นที่ใหม่ที่ให้ชื่อว่าหออุปกรณ์คณิตศาสตร์และฟิสิกส์หลวงแห่งเดรสเดน ในบรรดาของที่เก็บรักษาไว้นั้นก็ย่อมต้องมีนาฬิกาแดดและนาฬิกาจักรกลจากประเทศต่างๆ เป็นจำนวนมาก (และเป็นเรื่องน่าทึ่งว่าของทั้งหลายยังอยู่ถึงวันนี้ให้คุณเข้าไปชมได้เพียงแค่จ่ายค่าตั๋ว 8 ยูโร) [...]

By |2019-01-08T10:47:58+07:00January 8th, 2019|Insights|0 Comments

ANOTHER MILESTONE

ความครบเครื่องและราคาที่เร้าใจของ Frederique Constant Perpetual Calendar Tourbillon Manufacture TEXT: VATANYA SIRISUTTIVORANAN Frederique Constant เดินทางมาไกลมากแล้วในเวลา 30 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ หนึ่งในความสำเร็จที่ทำให้ผู้คนต้องจับจ้องก็คือการผลิตเครื่องนาฬิกาเพอร์เพทชวลคาเลนดาร์แบบอินเฮ้าส์ในราคาปฏิวัติวงการ สมกับการวางตัวแบรนด์ว่าเป็นผู้เล่นในกลุ่มลักชัวรี่ที่คนเข้าถึงได้ และในปีนี้ก็มีนาฬิการุ่น Perpetual Calendar Tourbillon Manufacture ซึ่งใช้เครื่องนาฬิกาแบบออโต้รหัส FC-975 ซึ่ง Frederique Constant พัฒนาและผลิตด้วยตนเองภายในโรงงานที่ย่านปล็องเลซ็วตส์ของกรุงเจนีวา จากเดิมที่มีของกลไกเพอร์เพทชวลคาเลนดาร์ที่สามารถแสดงค่าวันและวันที่ได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าเดือนนั้นจะมีกี่วันและไม่ว่าปีนั้นจะมีวันที่ 29 กุมภาพันธ์หรือไม่ นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่นนี้ยังยกระดับความพิเศษอีกด้วยกลไกตูร์บิยองที่มีเอสเคปเมนท์และแพลเล็ทฟอร์คผลิตจากซิลิเซียมอยู่ ณ ตำแหน่งหกนาฬิกา หน้าปัดเป็นแบบสเกเลตั้นจึงมองเห็นชิ้นส่วนของเครื่องนาฬิกาที่อยู่ข้างใต้ได้บริเวณข้างวงหน้าปัดเล็กของระบบปฏิทินและกรงตูร์บิยอง นาฬิกา Frederique Constant Perpetual Calendar Tourbillon Manufacture ทุกเรือนมีการแกะสลักหมายเลขประจำเรือนบนกรงตูร์บิยอง เรือนในภาพนี้เป็นหมายเลข 25 จากทั้งหมดที่ผลิต 30 เรือนของรุ่นโรสโกลด์ แล้วยังมีรุ่นสเตนเลสสตีลที่ออกมาพร้อมกันนี้อีก 88 เรือน -------------------------------------------------- Frederique [...]

By |2019-01-08T10:00:22+07:00January 8th, 2019|Highlights|0 Comments

THE WOW FACTOR

ครั้งแรกกับ WOW Awards เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่แบรนด์ที่เติมเต็มความต้องการของคนรักนาฬิกา TEXT: JONATHAN HO เราต้องออกตัวก่อนเลยว่าเราไม่ใช่ GPHG หากแต่เป็นเพียงนิตยสารนาฬิกาที่เน้นผู้บริโภคเป็นสำคัญและมีเป้าประสงค์ในการแยกแยะ ทำความเข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใดก็ตามที่ชื่นชอบนาฬิกา การแบ่งประเภทรางวัลและการคัดกรองนาฬิกาเข้าชิงรางวัลในสาขาต่างๆ ตลอดจนการเลือกนาฬิกาที่ชนะรางวัลนั้นล้วนแล้วแต่อยู่บนพื้นฐานของการเลือกซื้อนาฬิกาของผู้บริโภคเป็นสำคัญ เราขอให้สมาชิกในกองบรรณาธิการสองคนและนักสะสมที่เป็นคนนอกอีกสองคนช่วยเสนอชื่อนาฬิกาใหม่ในปี ค.ศ. 2018 เข้าชิงรางวัลในแต่ละสาขา หากคะแนนโหวตเท่ากันและจะต้องมีการออกเสียงอีกหนึ่งเสียงเพื่อตัดสิน หน้าที่นั้นจะเป็นของบรรณาธิการบริหาร WOW Singapore โจนาธาน โฮ หรือรักดี โชติจินดาจาก WOW Thailand แต่จากปี ค.ศ. 2019 เป็นต้นไป เราจะให้แบรนด์ต่างๆ และผู้อ่านเสนอชื่อนาฬิกาเข้าชิงรางวัลในแบบวงกว้างได้ด้วย Perhaps it is best to explain. GPHG we are not. What we are is a consumer-focused trade title which seeks to [...]

By |2018-12-31T09:27:47+07:00December 31st, 2018|Insights|0 Comments

SOLID PARTNERSHIP

ความลงตัวระหว่างแบรนด์นาฬิกาและแอมบาสเดอร์ที่มีบุคลิกแกร่งพอกัน TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA การจับมือกันของ Tudor และเดวิด เบคแฮมตั้งแต่ปีที่แล้วถือเป็นความลงตัวในระดับที่พบได้ไม่บ่อยครั้งนัก เพราะทางฝั่ง Tudor นั้นเป็นแบรนด์นาฬิกาที่มีพื้นฐานดีและเป็นที่รู้จักกันในเรื่องความแข็งแกร่งและทนทาน และตัวเดวิด เบคแฮมเองก็เป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง เป็นที่ชื่นชมของผู้คนทั่วโลก เคมีที่ตรงกันนี้ทำให้ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือ ล่าสุดเบคแฮมเดินทางมายังสิงคโปร์เพื่อพบปะกับเหล่าแฟนคลับของ Tudor และพูดถึงเส้นทางของเขาในแคมเปญโฆษณา #BornToDare ที่ทางแบรนด์ชูอยู่อย่างสม่ำเสมอ และเราโชคดีที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์เขาด้วยแม้เพียงแค่สามคำถามก็ตาม แถมด้วยอีกสองคำถามจากสื่ออื่นของสิงคโปร์ที่เข้าสัมภาษณ์พร้อมกับเรา WOW: คุณใส่นาฬิกาตัวเรือนบรอนซ์แล้วเป็นอย่างไรบ้าง ชอบวัสดุชนิดนี้เพราะเหตุใดที่สุด เบคแฮม: อย่างนี้น่ะหรือครับ [พูดพลางยืดแขนให้เห็นนาฬิกา Black Bay Bronze บนข้อมือขวา] คุณรู้ไหมว่าผมชอบนาฬิการุ่นนี้ตรงไหน ผมเป็นคนรักมอเตอร์ไซค์มากครับ ขี่เยอะมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาอยู่แอลเอ แล้วเวลาออกทริปผมก็จะใส่เรือนนี้เสมอเพราะว่ามันเข้ากับเสื้อผ้าที่ผมใส่ เข้ากับมอเตอร์ไซค์ของผมซึ่งเป็น Harley Davidson รุ่นแพนเฮ้ดเก่าจากปี ค.ศ. 1961 และมีถังน้ำมันสีอย่างนี้เลย เบาะที่นั่งก็ทำจากวัสดุอย่างเดียวกันกับสายนาฬิกา ดังนั้นทุกอย่างจึงเข้ากันไปหมด ผมคิดว่ามีแบรนด์นาฬิกาเพียงไม่กี่แบรนด์ที่ทำนาฬิกาอย่างของเรานี้ และต้องไม่ลืมคิดด้วยว่าผมสามารถใส่นาฬิกาเรือนนี้ไปขี่มอเตอร์ไซค์ขณะที่ใส่เสื้อผ้าที่ดูเหมือนผมใส่ซ้ำมาสามวันแล้วก็ได้ แต่ผมก็สามารถเอามาใส่กับชุดสูทได้เหมือนกันโดยไม่ได้ดูขัดแต่อย่างใด นี่คือประเด็นที่ทำให้ผมชอบนาฬิการุ่นนี้ครับ [ Black Bay Bronze ถ่ายคู่กับนาฬิกา [...]

By |2018-11-26T15:38:42+07:00November 21st, 2018|Insights|0 Comments

PIONEERING SPIRIT

100 ปีแห่งการพัฒนาโดยมีประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นเป็นเป้าหมายสำคัญ TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA เราร่วมเดินทางไปญี่ปุ่นตามคำเชิญของศรีทองพาณิชย์ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาเพื่อเยือนสำนักงานใหญ่และโรงงานสำคัญแห่งหนึ่งของ Citizen เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ ถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้ที่ดียิ่งเพราะแต่เดิมเรารู้จัก Citizen น้อยเกินไปจริงๆ จากที่เราได้สัมผัส พูดคุยและสอบถามกับคนจากแผนกต่างๆ ของแบรนด์ทำให้เราเห็นได้ชัดว่าแบรนด์นี้ยึดถือวิสัยทัศน์และอนาคตมากกว่าประวัติศาสตร์หรืออดีต นั่นทำให้เขาไม่ติดอยู่ในกรอบของการออกแบบใดๆ ทั้งสิ้น และพร้อมที่จะปล่อยนาฬิกาหน้าตาแหวกแนวออกมาทันที ขอเพียงให้ผลิตภัณฑ์นั้นตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน สมกับชื่อแบรนด์ Citizen ที่ตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1924 โดยชินเปอิ โกโต ผู้ว่าการจังหวัดโตเกียวในขณะนั้นโดยมีความตั้งใจ “ให้นาฬิกานี้เป็นที่รักอย่างแพร่หลายและยาวนานโดยประชาชน” [ นาฬิกา CustomV2 Blacky จากปี ค.ศ. 1970 เป็นนาฬิการุ่นแรกๆ ของโลกที่มีการเคลือบสีดำ / นาฬิกา Soundwitch จากปี ค.ศ. 1984 เป็นวิทยุระบบเอฟเอ็ม/เอเอ็มในตัว / นาฬิกา Meme of Citizen จากปี ค.ศ. 2002 ใช้เครื่องขนาดเล็กมากเพื่อบอกเวลาในห้าประเทศพร้อมกัน [...]

By |2018-11-11T20:56:33+07:00November 11th, 2018|Insights|0 Comments

SECOND CHANCES

Hamilton Intra-Matic Auto Chrono หน้าแพนด้าที่เกือบจะเหมือนแต่ไม่เหมือนรุ่นลิมิเต็ดเมื่อปีที่แล้ว TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA Hamilton มีนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นดังเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นในตระกูล Intra-Matic เมื่อปีที่แล้วชื่อรุ่น Intra-Matic 68 Auto Chrono แต่ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดนั้นทำให้มีเจ้าของได้เพียง 1,968 คนเท่านั้น (หากสมมุติว่าทุกคนซื้อเก็บไว้แค่คนละหนึ่งเรือน) นาฬิการุ่นดังกล่าวนั้นเป็นโครโนกราฟแบบสองวง หน้าปัดสีรีเวิร์สแพนด้าหรือหน้าดำวงขาว สวมใส่ด้วยสายหนังสีดำแบบเจาะรู ถ้าคุณซื้อไม่ทันในตอนนั้นก็กำเงินรอได้เลยเพราะเวลานี้มี Hamilton Intra-Matic Auto Chrono แบบผลิตปกติแล้ว ความแตกต่างจากรุ่นลิมิเต็ดคือเป็นหน้าปัดแพนด้าตรงๆ เลย (ตาดำบนหน้าขาว) ไม่ใช่รีเวิร์สแพนด้า และขนาดตัวเรือนสเตนเลสสตีลก็มีขนาดเล็กลงด้วยจาก 42 มม. เหลือ 40 มม. เรียกว่าแตกต่างพอให้คนที่ซื้อตัวลิมิเต็ดไปแล้วไม่ต้องรู้สึกแย่หรือน้อยใจแต่อย่างใด หากคุณชอบนาฬิกาเรือนใหญ่หน่อยก็อาจไม่ถูกใจ แต่ถ้าคุณไม่ได้อยากได้นาฬิกาเรือนโตนักแล้วเมื่อปรับขนาดเช่นนี้แล้วก็ย่อมเข้าทางคุณเลย อีกหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือสายหนังซึ่งในรุ่นไม่ลิมิเต็ดนี้จะไม่เจาะรูแล้ว ทำให้ดูสปอร์ตน้อยลงเล็กน้อย อาจใส่ไปทำงานวันธรรมดาได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ใส่เที่ยววันหยุดได้แบบสบายๆ อยู่แล้ว และเรื่องความวินเทจก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย รายละเอียดที่ไม่เปลี่ยนไปจากรุ่นลิมิเต็ด ได้แก่ แซฟไฟร์คริสตอลแบบเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งด้านในและด้านนอก และเครื่องนาฬิกาแบบออโต้รหัส H-31 ที่มีกำลังลานสำรอง 60 [...]

By |2018-10-19T17:19:51+07:00October 19th, 2018|Highlights|0 Comments

AUDIBLE REMINDER

Oris Big Crown ProPilot Alarm กับฟังก์ชั่นตั้งปลุกที่ไม่ได้มีให้พบเห็นบ่อยนักในนาฬิกายุคปัจจุบัน TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA ทุกวันนี้นาฬิกาข้อมือแทบจะไม่มีฟังก์ชั่นอลาร์มหรือตั้งปลุกให้เห็นกันเลย หากจะให้นึกว่าแบรนด์ใดมีบ้างก็นึกออกไม่ถึง 10 แบรนด์ซึ่งคิดแล้วก็แปลกเพราะว่าในเชิงกลไกก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากมายนัก แต่เมื่อมีน้อยแบรนด์เช่นนี้แล้วก็ยิ่งทำให้นาฬิกาอลาร์มรุ่นที่พอจะมีอยู่บ้างนั้นน่าพิจารณามากยิ่งขึ้น ล่าสุดนี้เราได้ทดลองเล่นกับ Oris Big Crown ProPilot Alarm เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เลยถ่ายเป็นวีดีโอมาให้คุณผู้อ่านได้เห็นวิธีการใช้งานกันพอสังเขป นาฬิการุ่นนี้ใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44 มม. ผลิตเป็นจำนวนทั้งหมด 200 เรือนและเท่าที่ทราบมาคือมีเข้าไทยมาเพียงแค่สามเรือน บนหน้าปัดมีสัญลักษณ์รูปแถบสีเหลืองที่วิ่งไปตามตัวเลขจาก 1 ถึง 31 เพื่อบอกวันที่ และมีเข็มหัวลูกศรสีเหลืองใช้ตั้งเวลาปลุกซึ่งทำงานในลักษณะเดียวกันกับนาฬิกาปลุกตั้งโต๊ะที่เราคุ้นเคยกันเลย ทางด้านข้างตัวเรือนมีเม็ดมะยมสองเม็ด เม็ดบนเป็นแบบขันเกลียว ใช้ตั้งเวลาและวันที่ เม็ดล่างเป็นของระบบอลาร์ม ก่อนที่คุณจะตั้งปลุกได้นั้นคุณจะต้องไขลานให้กับระบบอลาร์มเสียก่อนเพราะว่าแบเรลหลักของเครื่องนาฬิกาแบบอัตโนมัตินั้นใช้ส่งกำลังให้กับระบบบอกเวลาเท่านั้น เมื่อไขลานแล้วให้ดึงเม็ดมะยมออกเพื่อหมุนตั้งเข็มหัวลูกศรสีเหลืองให้ชี้ไปที่เวลาที่ต้องการ อย่างในวีดีโอนี้เราลองตั้งเป็น 09.20 น. แล้วปล่อยเม็ดมะยมให้อยู่ในจังหวะดึงค้างไว้อย่างนั้นเลย เมื่อถึงเวลาแล้วระบบอลาร์มก็จะส่งเสียง (และมีอาการสั่นเบาๆ) เป็นเวลาราว 10 วินาที แต่เสียงปลุกของนาฬิกาข้อมือก็จะไม่ดังมากนัก ถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วไม่ว่าเป็นแบรนด์ใด ต้องบอกว่าเขาไม่ได้ทำมาปลุกคนหลับให้ตื่น แต่เพื่อให้รู้ว่าถึงเวลานัดหมายหรือเวลาที่ต้องทำเรื่องสำคัญในวันนั้นแล้วมากกว่า -------------------------------------------------- [...]

By |2018-10-06T17:45:06+07:00October 6th, 2018|Highlights|0 Comments